ก่อนอื่นเลยขอบอกก่อนว่าผู้เขียนเองในฐานะของผู้ขับเอง  ไม่รู้ว่าคนที่ซื้อ มิตซูท้ายเบ้นซ์ มือหนึ่งมาขับจะเป็นเหมือนกันไหม อันนี้ไม่ทราบจิงๆแต่ ผู้เขียนขับ มิตซูท้ายเบนซ์มือสอง  ขอเล่าจากความรู้สึกเลยน่ะค่ะ

อันนี้เป็นข้อเสียก่อนค่ะ

– ความแข็งแรงของช่วงล่างค่ะ ถ้าเดิมๆ ดิฉันว่ามันเปราะๆไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนยี่ห้ออื่นซักเท่าไหร่ เวลาเจอทางแย่ๆ หรือลูกระนาดต้องชะลอรถมากกว่ายี่ห้ออื่นค่ะ ถ้าไม่เกี่ยงตรงจุดนี้ก็ดีน่ะค่ะ ยิ่งถ้าได้เปลี่ยนบูชยางใหม่ดีๆ จะแน่นเหมือนรถใหม่เลย
– ความสมบูรณ์ของการประกอบห้องโดยสารค่ะ ดิฉันว่าวัสดุมันก๊อกๆ แก๊กๆ ไปหน่อย ทุกวันนี้ถ้าเข้าหน้าฝน จอดไว้กลางฝนเมื่อไหร่ เข้ารถมา จะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอับเล็กน้อย (เนื่องจากน่าจะมีช่องว่างในห้องโดยสารที่ประกอบไม่ดีค่ะ)
ที่รู้สึกเป็นกังวล แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ยังใช้ได้ดีค่ะ

Mitsubishi car

ละนี่เป็นส่วนที่ดิฉันพอใจกับรถคันนี้ค่ะ

– ถึงเครื่องจะ 1500 c.c. ถ้าขับธรรมดาๆ ทั่วๆ ไป ก็จะอืดๆ ไม่ปู๊ดป๊าด แต่ถ้าอยากจะสนุก คลิ๊กดาวน์ ก็ไม่เลวนะค่ะ ในระดับ 80-120 km/h เลี้ยงที่ประมาณ 4000+ rpm อัตราเร่งถือว่าไม่แพ้เครื่อง 1800 เลยค่ะ  (ถ้าขับเล่นรอบเก่งๆ ดิฉันว่าเครื่องไม่อืดเลยนะ)
– การ handing บังคับ ความคล่องตัว มุด เยี่ยมค่ะ
– แต่งแล้วสวยค่ะ
– แอร์เย็น ไม่จุกจิกอย่างที่คิด แต่คงเทียบกับโตโยต้าไม่ได้นะค่ะ
– อะไหล่ ถ้าไม่เข้าศูนย์สามารถหาจากข้างนอกหรือเชียงกงได้เยอะค่ะ
สรุป คือ ก็ถ้าชอบหน้าตาและรูปร่าง Mitsubishi ท้ายเบนซ์นี้ ก็สามารถหามาใช้งานได้ค่ะ ไม่ได้เลวร้ายอะไร ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน แต่ต้องหาสภาพดีๆ หน่อยนะค่ะ  ดิฉันก็ไม่รู้ว่าคันอื่นเขาดูแลกันดีรึเปล่า  เป็นรถที่เปราะในสายตาดิฉัน แต่ก็ชอบสมรรถนะและความคล่องตัว หน้าตาของมัน ถ้าชอบแต่งรถ รับรองว่ารุ่นมีของแต่งให้อื้อเลย ทั้งเครื่องยนต์ ช่วงล่างและความสวยงาม

สำหรับมือสอง อยากให้เน้นดูช่วงล่างละกันค่ะ ลองขับผ่านลูกระนาดดู ส่วนอื่นๆ ไม่ค่อยมีปัญหาค่ะ

ส่วน ราคา 35 หมื่นนี่คงหายากหน่อยนะค่ะ  เท่าที่เห็น ปี 96-97 จะอยู่ที่ประมาณ 3.6 แสนขึ้นไป ถ้าปี 98-99 นี่น่าจะ 3.8 แสนบาท ราคาอาจจะหาได้ถูกกว่านี้ แต่ต้องดูสภาพนะค่ะ  ซื้อแบบถูกๆ แต่โทรมมาทำใหม่ก็ได้ หรือว่าจะเลือกสภาพดีๆ แต่ราคาสูงไปเลยก็ดีค่ะ