การให้สัญญาณไฟ เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้ รถยนต์ ใช้ถนนไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นสิ่งที่ สามารถช่วยลดความเสี่ยง ในการเกิดอุบัติเหตุลงได้ อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ โดยคิดว่าถึงจะไม่ให้สัญญาณผู้ใช้รถอื่นก็คงจะรู้และระมัดระวังตัวกันอยู่ แล้ว อย่าลืมนะค่ะว่าบนท้องถนนมีรถวิ่งอยู่รอบตัวท่านมากมายและ อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การให้สัญญาณไฟสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยแก่ตัวท่านเองและ ผู้ขับรถยนต์ ใกล้เคียงได้ เช่น การให้ สัญญาณไฟเลี้ยวทุกครั้งที่จะเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนเลนอย่างทุกครั้ง

ไฟท้าย

ในแต่ละปีมีอุบัติเหตุรถยนต์ชนท้ายกันจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ดิฉันจึงขอเสนอข้อควรปฏิบัติในการ ช่วยลดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันด้วยการให้สัญญาณไฟ เพื่อให้ทุกท่านนำไปปฏิบัติเป็นการลด ความเสี่ยงและความเสียหายจากอุบัติเหตุรถ ชนท้ายกัน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ โดยเฉพาะ บนถนนที่รถวิ่ง ด้วยความเร็วสูง เช่น บนโทลเวย์ หรือถนนในต่างจังหวัด สัญญาณไฟที่ว่านี้คือ “สัญญาณไฟเบรก” ค่ะ บางท่าน อาจสงสัยว่ามีด้วยหรือสัญญาณไฟเบรก ก็ทุกครั้งที่เราเหยียบเบรกไฟเบรกสีแดงด้านท้ายรถก็จะสว่างขึ้นทุกครั้งอยู่ แล้ว จะให้สัญญาณอย่างไรและทำไมจึงต้องให้สัญญาณด้วย ท่านที่คิดว่าไม่จำเป็นและไม่ใส่ใจ   คิดว่าแป้นเบรกมีไว้ให้เหยียบเฉพาะตอนจะหยุดรถเท่านั้น การคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดค่ะ แต่ถามว่าปลอดภัยหรือไม่ก็คงต้องมาพิจารณากัน เป็นกรณีไป การเหยียบเบรกแล้ว ไฟเบรกติดโดยอัตโนมัติกับ การตั้งใจให้สัญญาณคันหลังให้ชะลอเตรียมหยุดรถ ด้วยไฟเบรกเป็นคนละเรื่องกันนะค่ะ กรณีรถวิ่งในเมืองที่การจราจรพลุกพล่านรถใช้ความเร็วได้ไม่มาก เมื่อมีเหตุให้ต้องหยุดรถหากคันหลัง ที่ขับตามมาทิ้งระยะห่างพอสมควรก็คงสามารถเบรกได้ทันอยู่แล้ว แต่หากเป็นบนทางด่วนหรือถนนในต่างจังหวัดที่ รถวิ่งด้วยความเร็วสูงมาก แม้คันที่ขับตามหลังท่านมา จะทิ้งระยะห่างพอสมควรแล้ว ก็ตาม แต่หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่น มีสัตว์เดินข้ามถนน หรือ ทางข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุทำให้ท่านต้องหยุดรถ หรือในเวลากลางคืนบนถนนมืดๆมีรถวิ่งน้อย หากท่านไม่ให้สัญญาณเตือนรถคันหลังให้รู้ตัว ล่วงหน้าในระยะไกลโดยเบรกรถกะทันหันเมื่อ ใกล้ถึงจุดที่ต้องหยุดรถอาจทำให้รถคันที่ตามมาเบรกไม่ทัน และเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาได้ การให้สัญญาณไฟเบรกเมื่อมีเหตุการณ์ให้ต้องชะลอรถ  หรือหยุดรถ จะทำให้รถคันที่ขับตามมาชะลอความเร็วของรถตามโดยอัตโนมัติและสามารถเบรกได้ ทัน กฎหมายจราจร กำหนดให้ ผู้ขับรถตามหลังต้องทิ้งระยะห่างจาก คันหน้าพอสมควรและสามารถหยุดรถ ได้ทันเมื่อมีเหตุให้ ต้องหยุดรถ ซึ่งหากเกิดการชนท้ายกัน ผู้ที่ขับชนท้ายผู้อื่นจะเป็นฝ่ายผิดอย่าง ไม่ต้องสงสัย แต่ท่านสามารถช่วยลด ความเสี่ยง ในการถูกชนท้ายที่ทำให้ต้องเสียเวลาและเสียความรู้สึกเพราะรถเสียหายได้ด้วย การให้สัญญาณไฟเบรกค่ะ

ให้สัญญาณไฟเบรกอย่างไรจึงจะปลอดภัย

จริงๆดิฉันอยากเรียกว่าไฟชะลอมากกว่า เพราะทุกครั้งที่ขับรถตามหลังคันอื่นแล้วเห็น ไฟเบรกรถคันหน้าติดขึ้น ดิฉันจะชะลอรถทันทีเพราะรู้ว่าคันหน้าให้สัญญาณว่าข้างหน้ามีเหตุให้ต้องหยุดรถ และ เขาจะหยุดรถในไม่ช้านี้ การให้สัญญาณ ไฟเบรกในกรณีรถขับมาติดสัญญาณไฟแดงบนถนนที่รถวิ่งเร็ว ผู้ขับรถควรใช้เท้าแตะเบรก ค้างไว้เพื่อให้สัญญาณไฟเบรกติดอยู่จนกระทั่งรถคันหลังขับมาต่อท้ายก่อนจึง ปล่อยเท้าจากแป้นเบรก   ทั้งนี้ เพื่อให้รถคันที่ขับตามมาทราบล่วงหน้าในระยะไกลว่ามีรถจอดติดสัญญาณไฟ แดงอยู่จะได้ชะลอความเร็วลงเป็นการป้องกันพวกชอบฝ่าสัญญาณไฟเหลืองได้อีกทาง หนึ่ง สำหรับการขับรถตามกันในช่องทางที่ใช้ความเร็วสูงมาก การให้สัญญาณไฟเบรกเพื่อเตือนคันที่ขับตามหลังมาทำได้ด้วยการใช้เท้าแตะที่ แป้นเบรกเป็นจังหวะ 1-2 ครั้ง พอให้ไฟเบรกติด โดยต้องมองกระจกหลังหากเห็นว่ายังอยู่ไกลในระยะที่เพียงพอ จะชะลอรถ หรือหยุดรถได้ทันไม่ใช่ใกล้จะถึงเหตุการณ์ คับขันอยู่แล้วค่อยให้สัญญาณ อย่างนั้นก็คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะคงเบรก ไม่ทันอยู่ดี ยิ่งช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆถนนลื่น ยิ่งต้องให้สัญญาณล่วงหน้า เพราะระยะเบรก จะยาวขึ้นจากสภาพถนนที่เปียกลื่น อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยนะค่ะเพราะเหตุการณ์รถยนต์ชนท้ายกันทุกวันนี้ เกิดขึ้นมากจริงๆ และหากท่านจะเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ตัวเองและผู้ใช้รถอื่นให้มากยิ่งขึ้น ท่านก็ควรไปติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 เพื่อให้เป็นจุดสังเกตแก่รถอื่นได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่ถนนมืดๆไฟเบรกดวงที่ 3 จะช่วยให้ผู้ขับรถคันหลังมองเห็นท้ายรถท่านได้ชัดเจนในระยะไกล

ฝากทิ้งท้ายไว้สำหรับเจ้าของรถก่อนเดินทางไกลนอกจากจะตรวจเช็ค ไฟหน้า ไฟหรี่ และไฟเลี้ยวทุกดวงแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คไฟเบรกด้วยนะค่ะเพราะทุกวันนี้ เห็นรถบนท้องถนนไฟเบรกไม่ติดก็หลายคันซึ่งถือว่าอันตรายมาก มาให้ความสำคัญและใส่ใจกับ สัญญาณไฟเบรกเพื่อร่วมรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในปีแห่งความปลอดภัยกันนะคะ