1. ตรงเวลา

การตรงต่อเวลาไม่ใช่สิ่งที่ควรทำเฉพาะเรื่องของการเรียนหรือการทำงาน แต่เรื่องของความสัมพันธ์ก็จำเป็นเช่นกัน ลองจินตนาการว่าคุณไปสายตั้งแต่นัดแรก ความประทับใจที่อีกฝ่ายมีต่อคุณคงจะลดลงหรือไม่ก็ติดลบเป็นระยะเวลานาน กว่าคุณจะพิสูจน์ให้อีกฝ่ายเห็นว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัยหรือเป็นนิสัยส่วนตัวของคุณ คุณผู้หญิงทั้งหลายคงเคยได้ยินทฤษฎีที่บอกว่าเดทแรกต้องให้ผู้ชายรอซักยี่สิบนาทีถึงชั่วโมงเพื่อเป็นการทดสอบความอดทนของอีกฝ่าย ผมอยากเตือนคุณผู้หญิงทั้งหลายที่หลงเชื่อในทฤษฎีนี้ว่า ยุคนี้สมัยนี้ผู้ชายเค้าก็เลือกนะครับ ในความรู้สึกของคนทุกคน คงไม่มีใครชอบคนมาสายหรือคนผิดนัดหรอกครับ ไม่ว่าจะเพศไหน ของอย่างนี้ยังขึ้นอยู่กับว่าใครจีบใคร ใครชอบใครมากกว่ากัน ดังนั้นอย่าลองใจกันด้วยวิธีนี้เลยครับ มีอีกหลายเรื่องในความสัมพันธ์ที่คนสองคนยังต้องใช้ความอดทนเรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกเยอะครับ อย่ามาพลาดเสียคะแนนด้วยเรื่องแค่นี้เลย

2. แต่งตัว แต่งหน้าแบบพอดีๆ

เรื่องของการแต่งตัว เป็นเรื่องปรกติที่ตัวเราอยากดูดีที่สุดในสายตาของคู่เดท เลยต้องประโคมเสื้อผ้า เครื่องประดับเครื่องสำอางค์ จัดชุดใหญ่เต็มที่เมื่อมีเดทแรก สำหรับเรื่องของการแต่งตัวอยากแนะนำว่าก่อนจะเลือกเสื้อผ้านั้นให้คุณถามรายละเอียดของกิจกรรมที่คุณสองคนจะไปทำร่วมกันในวันนั้น ถ้าอีกฝ่ายแค่นัดกินข้าวดูหนังคงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก ถ้าเป็นดินเนอร์สุดหรูก็ควรถามสไตล์กับความเข้มงวดของร้านอาหารร้านนั้น เพราะบางร้านอาหารหรือโรงแรมจะห้ามการแต่งตัวแบบสบายๆ หรือถ้าอีกฝ่ายจะพาคุณไปตะลุยเที่ยวแบบสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกแต่คุณใส่ราตรียาวไปก็คงจะไม่เหมาะใช่ไหมครับ การแต่งหน้าของคุณผู้หญิงควรให้เข้ากับเสื้อผ้าที่ใส่เช่นกัน สำหรับคุณผู้ชายยุคนี้ไม่ต้องกลัวหน้ามันหรือหน้าโทรมจนกระทั่งโบ๊ะหน้าสวยกว่าคู่เดทของคุณล่ะครับ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือเรื่องของกาลเทศะจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ครับ

3. เลือกอาหารที่อีกฝ่ายชอบ

คนเรามาจากครอบครัวการเลี้ยงดูที่ต่างกัน รสชาติหรือสไตล์ของอาหารเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คู่เดทคู่รักจะต้องเรียนรู้กันและกัน วิธีป้องกันที่ดีและทำให้อีกฝ่ายประทับใจคือการเลือกร้านหรือประเภทของอาหารที่อีกฝ่ายชอบเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของตัวคุณ ข้อมูลเหล่านี้คุณสามารถเก็บสะสมได้จากการคุยกันตั้งแต่ครั้งแรกๆจนถึงวันที่นัดไปเดทกันครับ สิ่งที่ควรระวังคืออาหารที่อีกฝ่ายแพ้ สถานที่ที่อีกฝ่ายไม่ชอบ เช่น อีกฝ่ายไม่ชอบเที่ยวกลางคืนก็ไม่ควรบังคับให้ไปเพราะจะเป็นการทำให้คู่เดทรู้สึกว่าคุณหวังดีประสงค์ร้ายอยู่รึเปล่า ส่วนอาหารที่ทานก็ควรจะเลือกประเภทที่กินแล้วไม่เลอะเทอะมาก ช่วงเวลาที่กินก็ควรจะสำรวมไม่ให้ดูมูมมามมากเกินไปเช่นกัน

4. เลือกหนังที่อีกฝ่ายชอบ

การดูหนังถือว่าเป็นอีกทางเลือกของการออกเดท ซึ่งวิธีการเลือกหนังนั้นก็ควรใช้พื้นฐานเดียวกับการเลือกร้านอาหาร ไม่ใช่ว่าคนทุกคนสามารถดูหนังผีเขย่าขวัญสั่นประสาทกันได้เสมอไป ที่สำคัญอย่าเข้าใจว่าผู้ชายสามารถดูหนังผีได้ทุกคนครับ ถ้าเกิดคุณเป็นหญิงเหล็กดูได้ทุกแนวแล้วควรจะถามถึงความสมัครใจของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการป้องกันจะดีที่สุดครับ เมื่อถามแล้วควรดูสีหน้าอีกฝ่ายด้วยนะครับว่าที่ตอบว่า”ได้”คือ ได้เพราะได้จริงๆหรือได้เพราะโดนบังคับ

5. แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ

ข้อนี้สำหรับคุณผู้ชายนะครับ ร้อยทั้งร้อยผู้หญิงชอบผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ คงไม่ถึงขั้นที่ต้องไปจ้างผู้ร้ายมาฉุดผู้หญิงแล้วคุณเข้าไปช่วยหรอกนะครับ อันนั้นมันละครเกินไป การกระทำที่เรียกว่าเป็นสุภาพบุรษคือการเปิดประตูให้ หลีกทางให้เดินก่อน ให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือก สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนถึงการดูแลเอาใจใส่ของคุณที่อีกฝ่ายสามารถรู้สึกได้ครับ (บทความนี้จัดทำโดย http://www.PremiumMate.com เว็บไซต์หาคู่ สื่อกลางสำหรับคนไทยวัยทำงานคุณภาพ เพื่อค้นหาเพื่อน หาแฟน หาคู่ ด้วยตนเอง สำหรับผู้ที่ต้องการนำ เรื่องไปใช้ กรุณาให้เครดิตที่มา จาก PremiumMate.com ค่ะ)

6. เลี้ยงก่อนเป็นดีที่สุด

ต่อเนื่องจากความเป็นสุภาพบุรุษ เรื่องของการเลี้ยงอีกฝ่ายนั้น สังคมมอบหมายหน้าที่นี้ให้ฝ่ายชายครับ แต่คุณผู้หญิงอย่าคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของฝ่ายชายแล้วคุณจะไม่ขยับอะไรเลยนะครับ อย่างที่ย้ำไว้ตั้งแต่ตอนต้นอย่าลืมว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปนอกจากคุณจะเป็นฝ่ายเลือกผู้ชายแล้ว ผู้ชายก็เลือกคุณเหมือนกันนะครับ แค่คุณขยับตัว, ปฏิเสธบ้างหรืออาสาจะออกให้ แค่นี้ก็ทำให้อีกฝ่ายประทับใจในตัวคุณแล้วครับ ส่วนคุณผู้ชายถ้าเป็นเดทแรกคุณควรแสดงความเป็นแมนด้วยการเลี้ยงดูปูเสื่อสาวๆอย่างดีด้วยนะครับ อย่ายืนนิ่งไม่ขยับหรือออกปากจับหารตั้งแต่คราวแรก รับรองสาวๆเผ่นหนีคุณกันหมดครับ การคบกันเป็นเรื่องของการให้และรับ ในครั้งแรกคุณอาจเป็นฝ่ายออกให้ทุกอย่าง เมื่อคุณทำให้อีกฝ่ายซาบซึ้งแล้ว คราวถัดไปฝ่ายหญิงอาจชวนคุณเดทก่อนและอาสาเป็นเจ้ามือให้คุณด้วยก็ได้นะครับ

7. ส่งถึงบ้านหรือจุดที่คิดว่าปลอดภัย

สำหรับคนมีรถ การไปรับไปส่งแสดงถึงความห่วงใยที่ดี ส่วนคนที่ไม่มีรถคงค่อนข้างลำบาก แต่อย่าคิดว่าถ้าไม่มีรถแล้วจะมีแฟนไม่ได้นะครับ เพราะถ้าเค้าจะไม่รักคุณ ไม่เลือกคุณ เพราะคุณไม่มีรถก็ไม่ควรจะเอาคนแบบนั้นมาเป็นแฟนครับ ดังนั้นการส่งถึงบ้านในที่นี้สำหรับคนไม่มีรถคือคุณอาจจะนั่งรถสาธารณะไปเป็นเพื่อนเค้า ส่งเค้าจนถึงบ้านหรือว่าส่งถึงจุดต่อรถที่คิดว่าปลอดภัยแน่ๆก็ดีครับ มันเป็นการแสดงความห่วงใยที่คุณมีต่ออีกฝ่ายได้ดี สำหรับฝ่ายหญิงก็ควรเห็นใจฝ่ายชายที่บ้านไกลด้วยนะครับ ด้วยการรู้ลิมิทของสถานที่บวกกับระยะเวลาที่จะให้อีกฝ่ายไปส่งคุณหรือไปเป็นเพื่อนคุณ ถ้าบ้านคุณทั้งคู่ไกลกันมาก การที่คุณบังคับหรือปล่อยให้เค้ามาส่งคุณถึงหน้าบ้าน แต่กลายเป็นเวลาเค้ากลับบ้านรถหมดหรือว่าดึกมากจนเค้าต้องลำบากหรือเสี่ยงอันตราย แบบนี้ก็ไม่ควรทำครับ ต่อให้ยังไม่ได้รู้สึกรักหรือชอบอย่างน้อยก็ควรจะห่วงสวัสดิภาพของอีกฝ่ายเช่นกัน

8. โทรติดตามผลงาน

หลังจากต่างฝ่ายต่างแยกย้ายถึงบ้านของกันและกันแล้ว สิ่งที่ควรทำเป็นการปิดท้ายของการเดทคือการติดตามผลงานที่ผ่านมาทั้งวันของคุณว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ การโทรถามนี้นอกจากคุณสามารถจะประเมินสถานการณ์ได้แล้วว่าคุณจะได้ไปต่อกับคู่เดทของคุณหรือว่แป้กเพียงแค่นั้น ยังเป็นการแสดงถึงความห่วงใยของคุณกับคู่เดทว่าอีกฝ่ายถึงบ้านเรียบร้อยปลอดภัยดีรึเปล่าด้วย

หลังจากเช็คผลการตอบรับของอีกฝ่ายแล้ว เดทนี้จะเป็นเดทแรกสำหรับเดทครั้งต่อๆไปหรือว่าเป็นเดทแรกและเดทสุดท้ายคงไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะการเดทคือการไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองเพื่อการพัฒนาเป็นคู่รัก ฝ่ายหญิงอาจคิดว่าตนเป็นฝ่ายประเมินฝ่ายชายอยู่ฝ่ายเดียวว่าให้ผ่านหรือไม่ผ่าน ในความเป็นจริงแล้วฝ่ายชายก็ประเมินคุณอยู่เช่นกัน เคล็ดลับของการเดทก็คือการเป็นตัวของตัวเองบวกกับความจริงใจที่คุณมี ถ้าคุณซ่อนเร้นตัวตนของคุณเอาไว้สุดท้ายคนที่ทรมานก็คือตัวคุณเองเพราะคนเรายังไงก็รักตัวเองมาก จนไม่สามารถจะทำอะไรฝืนความรู้สึกได้นาน สำหรับบางคนที่ความสัมพันธ์จบอยู่ที่เดทเดียว ให้คิดซะว่าการที่อีกฝ่ายไม่สานความสัมพันธ์ต่อแสดงให้เห็นว่าคุณและเค้าเข้ากันไม่ได้ เป็นเรื่องที่ดีที่ยุติไว้เพียงแค่นี้เพราะถ้าฝืนต่อไปเค้าก็ไม่มีความสุข สำหรับคู่รักที่ได้ไปต่อก็ขอให้รักษาความดีให้สม่ำเสมอเพื่อความรักที่ยั่งยืนต่อๆไปครับ