มัน เป็นเรื่องธรรมดา หากความรักของคนสองคนเดินมาถึงทางตัน ไม่สามารถจูงมือกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง เหมือนอย่างที่วาดฝันไว้ ก็ถึงเวลาของการ “เลิกรา” แต่มีบางคู่ที่รู้ทั้งรู้ว่ายังไงซะรักครั้งนี้ก็ไปด้วยกันไม่รอด ก็ยังพยายามฝืน ยื้อ ดันทุรัง เพื่อจะรักษาสถานภาพของคำว่า “คนรัก” เอาไว้ให้นานที่สุด จนสุดท้ายแล้วทุกอย่างก็ต้องจบลง และจากลากันไปด้วยความรู้สึกไม่ดี

           เชื่อเถอะว่า…จากคนเคยรักกันจนหมดใจ หากวันใดวันหนึ่ง ใครคนใดคนหนึ่งหมดใจหรือปันใจ อีกฝ่ายต้องรับรู้หรือสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น เพราะอะไร ๆ ก็คงไม่เหมือนเคย…จากเดิมที่ไม่ว่าจะเอาทำอะไร เขาหรือเธอก็จะสนับสนุน เห็นดีเห็นงาม และคอยให้คำปรึกษา เมื่อหมดรักกลับขวางไปซะทุกอย่าง แถมบางทียังชอบพูดจาประชดประชันเสมอ หรือจากเดิมที่นึกถึงเราเป็นคนแรก ไม่ว่าจะทำอะไรก็คอยถามไถ่หรือขอคำปรึกษา กลับกลายเป็นเราคือคนสุดท้ายที่รู้เรื่องของเขาหรือเธอ เป็นต้น
           ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าคุณทั้งคู่จะพยายามฝืนต่อไปแค่ไหน ยื้อด้วยวิธีอะไร สุดท้ายทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้องจบลงอยู่ดี ทำไมไม่หันหน้าคุยกันว่า ณ ตอนนี้ความรู้สึกที่มีให้กันและกันเป็นอย่างไร รู้สึกเฉย ๆ เหมือนเป็นเพื่อน รู้สึกเหมือนเป็นพี่เป็นน้อง หรือความรู้สึกแบบคนรักมันค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา ฯลฯ จากนั้นอาจจะลองมาปรับเปลี่ยนเติมความหวานให้กันและกันดู เผื่อความรู้สึกต่าง ๆ จะกลับมาเหมือนเดิม หากมันยังไม่ดีขึ้น ทางเลือกสุดท้ายคงเป็นการตัดสินใจ “เลิกรา” จากกันด้วยดี 
           จริงอยู่ว่าการจากลาใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความพันผูกที่มีให้แก่กันและกัน ความรู้สึกดี ๆ ที่เคยทำร่วมกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะ “ตัดขาด” กันไปได้ง่าย ๆ ทางที่ดีอยากให้คุณทั้งคู่ลองคิดถึงวันข้างหน้า จะเจ็บตอนนี้ หรือเจ็บปวดช้ำใจต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
           ทำไมไม่เก็บช่วงเวลาดี ๆ ที่เคยมีด้วยกัน ไว้ให้เป็นความทรงจำดี ๆ ที่หวนคิดถึงทีไรแล้วใจยิ้มได้ทุกครั้ง เพียงแค่ยอมเป็นคนใจแข็งพอ ตัดใจหันหลังเดินจากมาตอนนี้ ดีกว่าเจ็บช้ำต่อไปเรื่อย ๆ และคิดซะว่าอย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ มาแค่ได้รู้จักกัน แต่ไม่ได้เป็นคู่กัน
Advertisements