การคิดดีทำดีไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจเราสงบ ไม่คิดมากแล้วแต่ยังทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีเวลาที่อยู่ใกล้เราอีกด้วย

คนที่คิดดี คิดเป็น จะเป็นคนที่น่ารัก เพราะเขาจะมีคำพูดดี ๆ พูดออกมาให้ฟัง และมักจะมีการกระทำดี ๆ ให้มองเห็นด้วย การพูดดี คิดดี ไม่เพียงแต่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่อยู่ใกล้ แต่ยังทำให้จิตเราสงบอีกด้วย ทำให้เราไม่คิดมาก ทำให้เราไม่มีความอยากได้ อยากมี ของ ๆที่ไม่ใช่ของเรา

คน บางคนหน้าตาดี ความรู้ดี ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ดี แต่คิดไม่ดี ทำให้เวลาพูดออกมาจะเห็นว่า เขามีความคิดไม่สร้างสรรค์ เช่น มีความคิดแบบคับแคบ โบราณ ชอบจับผิดคนอื่น ขี้อิจฉาริษยา ชอบพูดว่าคนอื่นไม่มีทางทำได้ กระแนะกระแหน ยกเอาความผิดพลาดของคนอื่นขึ้นมาซ้ำเติมบ่อยๆ คิดเล็กคิดน้อยจนน่าเบื่อ คิดการณ์ใหญ่ๆ ไม่เป็น

แต่ก็มีหลาย ๆ คนชินต่อความคิดแบบนี้ หรือชินคนที่คิดแบบนี้เสียแล้ว เราจึงเห็นคนคิดแบบนี้ พูดแบบนี้กันเต็มบ้านเต็มเมือง ฟังแล้วรู้สึกห่อเหี่ยว หดหู่ ขาดจินตนาการ ขาดความหวัง สังคมแห้งแล้ง ไม่เกิดความอยากทำกิจกรรมที่ดีๆ ใหม่ ๆ เลย

แต่ ถ้าเราคิดดี คิดเป็นแล้ว ผลออกมาจะตรงกันข้าม จะทำให้เราเกิดกำลังใจ เกิดจินตนาการที่ดีๆ เกิดพฤติกรรมและคำพูดที่ดี ๆ ความคิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ ต้องฝึกให้มีความคิดที่ดี ๆ อยู่เสมอ ความคิดดี ๆ เปรียบเสมือนเมล็ดพืชดีๆ ที่เพาะเอาไว้ในใจ จะรอคอยวันเติบโต เป็นความรู้สึก เป็นคำพูด เป็นการกระทำที่ดี ๆ เป็นนิสัยและบุคลิกภาพที่ดี ๆ ต่อไป

ลักษณะความคิดที่ดี ๆ ได้แก่

1. ความคิดเพื่อการพัฒนาเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่คิดจะเปลี่ยนแปลงคนอื่น แต่คิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมากกว่า เวลาเกิดปัญหากับใครก็ตาม คนที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดก็คือตัวเราเอง เคยคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองกันบ้างไหม ?

2. ความคิดให้อภัยความผิดพลาดของตัวเองและผู้อื่น ใคร ๆ ก็ทำผิดพลาดได้ทั้งนั้น เพราะทุกคนมีข้อบกพร่องทั้งนั้น รวมทั้งตัวเราเองด้วย ถ้าเราไม่รู้จักการให้อภัยทั้งตนเองและคนอื่น เราก็จะหมกมุ่นกับความแค้น ความโกรธ ไม่มีความสุข เมื่อไม่ให้อภัยตัวเอง ก็โกรธตัวเอง กลายเป็นความเศร้าได้ง่าย เมื่อไม่ให้อภัยคนอื่น ก็โกรธคนอื่น กลายเป็นความแค้นและก้าวร้าวได้

3. รู้จักคิดให้กำลังใจตนเองและผู้อื่น  จิตมนุษย์พร่องได้เสมอทั้งตัวเราและคนอื่น การรู้จักให้กำลังใจตนเองและคนอื่นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเติมความพร่องในใจให้เต็มขึ้น จะรอคอยคนอื่น ๆ มาช่วยเติมนั้นลำบากแน่ๆ ตัวเราเองรู้จักให้กำลังใจตนเองและคนอื่นจะง่ายกว่า

4. รู้จักชมเชยตัวเองและคนอื่น การ รู้จัก “จับถูก” ตน เองและคนอื่น พร้อมทั้งยกย่องชมเชยได้ จะทำให้เกิดกำลังใจ ลอง ๆ ดูซิ เราจะชอบตัวเราเองได้มากขึ้น และทำให้คนอื่นชอบตัวเขาเองได้มากขึ้น พร้อมทั้งเขาจะชอบคุณด้วย

5. คิดเป็นมิตรกับตนเอง รักตนเอง และผู้อื่นได้ หลาย ๆ คน  ไม่เคยเป็นมิตรกับตนเอง ไม่เคยรักตนเอง แต่อยากให้คนอื่นเขามาเป็นมิตรกับเรา มารักเรา ขอบอกเลยว่า ไม่มีทางสำเร็จได้ ถ้าคุณไม่เริ่มต้นที่การเป็นมิตรกับตนเองและรักตนเองให้ได้ก่อน คุณจะรู้สึกอบอุ่นกับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองมีค่าและทำตัวให้มีค่ามากขึ้น เมื่อคุณรู้สึกเป็นมิตรกับตนเอง และรักตนเองได้ แล้วคนอื่น ๆ ก็จะเป็นมิตรและรักคุณได้ง่ายขึ้นด้วย จากนั้นคุณก็ต้องถ่อมตน กระจายความเป็นมิตรและความรักไปหาคนอื่นด้วย ซึ่งเป็นการดีแน่ ๆ

6. รู้จักคิดในแง่บวกให้มากขึ้น  เวลามีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเราคิดในแง่บวก เราจะมีกำลังใจ กล้าเผชิญกับอุปสรรคได้มากขึ้น ถ้าอยากได้ของดี ๆ ในชีวิต อย่าคิดว่า “ไม่มีทาง” เพราะจะทำให้สมองตีบตัน ยอมแพ้ง่ายดาย แต่ให้คิดว่า “ทำอย่างไรจึงจะได้” จะทำให้สมองเริ่มคิดว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่เราจะทำได้ และคิดต่อไปว่า “ฉันจะได้ในสิ่งที่อยากได้ (ไม่มากก็น้อย)” ทำให้เกิดกำลังใจและสนุกกับการมีชีวิตอยู่

คน ที่มีความสุขและประสบ ความสำเร็จในชีวิต มักมีแนวคิดในแง่บวกจนตาย ถ้าฝึกความคิดแง่บวกนี้ ลองคิดซิว่า ชีวิตเรานี้มีอนิจจัง (คือ ความไม่แน่นอน) เป็นสิ่งที่จริงแท้แน่นอน เรียกว่าเป็น  ปรมัตถ์สัจจะ

ความ ไม่แน่นอนของชีวิตอนาคต หมายถึง ทางเลือกหลายทาง ได้แก่ ดีขึ้น เลวลง เท่าเดิม ตาย ถ้าเราเลือกเชื่อ เลือกคิดว่าอนาคตเราจะดีขึ้น เราก็จะอยากอยู่ต่อไปแบบมีความหวัง มีความสุขกับชีวิต แต่ถ้าเราเลือกเชื่อ เลือกคิดว่าอนาคตของเราจะเลวลง หรือเท่าเดิม หรือตาย จะทำให้ไม่อยากอยู่ หรือไม่สนุกกับชีวิตเลย ฝึกคิดในแง่บวกให้ดีเถิด

7. คิดว่างานที่คุณกำลังทำหรือสถานภาพที่คุณกำลังเป็นอยู่นั้นมีความสำคัญทั้งนั้น  ไม่ว่าจะทำงานอะไรอยู่ เช่น แพทย์ วิศวกร เสมียน ผู้จัดการ นักการ ภารโรง ฯลฯ หรือมีสถานภาพอะไร ไม่ว่าจะเป็นสามี เป็นภรรยา เป็นคนใช้ เป็นลูกน้อง เป็นนาย ฯลฯ ล้วนแต่สำคัญทั้งนั้น เพราะคุณกำลังทำหน้าที่ของชีวิตเพื่อให้โลกนี้ดำเนินต่อไปได้   ถ้าทุกคนคิดว่า งานที่ตัวเรากำลังทำ หรือสถานภาพของตัวเองที่เป็นอยู่นั้นไม่สำคัญ ทุกคนก็จะทอดทิ้งหน้าที่ กิจกรรมทั้งหมดในโลกก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ ก็คือให้คิดว่าคุณคิดคนสำคัญคนหนึ่งของโลกเราด้วย

8. ให้คิดแบบคนสำคัญหรือคนเก่งของโลกเขาคิดกัน คนสำคัญ ๆ ของโลกมักคิดเรื่องใหญ่ ๆ เสมอ ไม่มีใครคิดเล็กคิดน้อย คิดหยุมหยิมแล้วเจริญเติบโตเป็นคนใหญ่คนโตหรอก ความคิดแบบคนสำคัญ มักคิดการณ์ใหญ่ คิดว่าทำได้ และลงมือทำเสมอได้แค่ไหนก็แค่นั้น หาทางพัฒนาความคิดและทำต่อไป เขาจะคิดแบบคนใจกว้าง รับฟังความคิดคนอื่นๆ แล้วรวบรวมคัดสรรมาเป็นความคิดที่เหมาะสมได้  พวกนี้มักประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นเศรษฐี เป็นผู้นำการเมือง เป็นคนสำคัญของโลก คนพวกนี้นอกจากคิดได้แล้ว เขาจะลงมือทำทันที เดี๋ยวนั้นเลย ผลงานจึงมากกว่าคนอื่นๆ ถ้าเกิดอุปสรรคเขาก็ไม่โทษคนอื่น แต่จะหาทางศึกษาพัฒนาแนวทางใหม่และเขาจะหาทางลดอุปสรรคของความสำเร็จลง อุปสรรคเหล่านั้นได้แก่ ความกลัว ความคิดด้านลบ ความขี้เกียจ ความหยิ่งยโส

ใคร ก็ตามที่มีความคิดดี ๆ ดังกล่าวแล้ว จะเป็นคนที่เจริญได้มากกว่าคนอื่น สังคมเราทุกวันนี้เริ่มมีคนคิดดี ๆ ทำดีๆ  ให้เห็นบ้างแล้ว แต่มีคนอีกมากมายที่ไม่ชิน กลับไปว่าเขาพูดมาก คิดแล้วทำไม่ได้ หาเรื่องตำหนิ หรืออิจฉาริษยา คนพวกนี้หาความเจริญได้ยาก ย่ำเท้าอยู่กับที่ มีแต่คอยนินทา จับผิดคนอื่นๆ และหาเรื่องรบกวน ขัดขวางไม่ให้คนคนที่เขาคิดดี ๆ หรือทำสิ่งดี ๆ เพื่อสังคม

ความ อิจฉาริษยาจากคนรอบ ๆ ตัว เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนคิดดี ทำดี รู้สึกท้อถอย ซึ่งจำเป็นจะต้องใช้ความอดทนฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ อยากปลุกระดมให้ประชากรในสังคมของเรา คิดดี ทำดี ให้มากขึ้น จะได้เกิดกำลังใจช่วยกันกู้ชาติ ช่วยบ้านเมืองให้พ้นภัยพิบัติ

 

Advertisements